__เจ้าสาวสีน้ำเงิน__(ภาคแรก)

posted on 11 May 2015 15:29 by suncomedumdum in Diary directory Lifestyle, Fashion, Diary
บุพเพอาละวาด...
 
เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสกลับเข้าไปเยี่ยมอาจารย์ในโรงเรียนอีกครั้ง (ศูนย์ฝึกอาชีพสวนลุมพินี) หลังจากที่ไม่ได้เจออาจารย์เลยเกือบๆปีนับตั้งแต่หลังแต่งงาน ห้องเรียนแพทเทิร์นคนแน่นมาก ส่วนห้องเรียนตัดเย็บก็ยังมีเพื่อนๆเรียนอยู่ ไม่ได้ทักทางอะไรกับเพื่อนมากหรอกเพราะว่าพวกเขาต้องเร่งงานตัดชุดให้ทันกำหนด
 
วันนั้นทั้งวันก็เดินให้มั่วทั้งห้องแพทเทิร์นกับห้องตัดเย็บชาย คุยกับมี้แต๋มที อ.อั้มที หัวเราะกันบ้าง ซีเรียสกันบ้าง แต่ทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนไป ความรู้สึกเราขณะนั้นมันตื้นตัน มันเหมือนได้กลับบ้าน จะว่าไปแล้วที่แห่งนี้ก็เหมือนบ้านหลังที่สองสำหรับเรานั่นล่ะค่ะ ตอนที่เข้าไปเหมือนเด็กที่เริ่มต้นอ่านเขียน มาถึงตอนนี้.....เราวิ่งได้ กระโดดได้เต็มที่แล้ว
 
ถ้าไม่ได้ครูสอน.... ใครจะสอน
 
รักมี้แต๋มนะ รักอ.อั้มด้วย ฮือออออ!! (ยิงดราม่าตั้งแต่ต้นเรื่องเลยมั้ยล่ะ)
 
................................................
 
ย้อนไปเมื่อปีทีแล้ว เดือนกุมภาพันธ์ เราไปรับน้องสาวที่มหาวิทยาลัย (จริงๆแล้วมันเป็นรุ่นน้องที่เรารักมันเหมือนน้องสาวแท้ๆคนนึงเลยค่ะ) เพื่อจะไปงานเสวนาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
 
วันนั้นคือวันที่เราได้รู้จัก "ผู้ชายคนหนึ่ง" อย่างเป็นทางการ
 
ผู้ชายคนนี้ เราเคยรู้จักในฐานะอาจารย์พิเศษสมัยที่เรายังเรียนที่นั่น และเคยรู้จักในฐานะเพื่อนของอาจารย์ที่เราสนิทด้วยมากๆคนนึ่ง แถมรู้จักผ่านรุ่นพี่ที่เคารพอีกคนนึง เพราะผู้ชายคนนี้เป็นคนที่รุ่นพี่บอกว่า เค้าเก่งในเรื่องที่สอนมากๆ มากจนในประเทศนี้ใครจะได้ระดับความ "expert" เท่านี้ไม่มีอีกแล้ว..... แต่อนิจจา
 
ดันเกลียดหน้าตั้งแต่สมัยเรียน
 
เกลียด.... เพราะขี้เก๊ก
 
เกลียด.... เพราะไม่รับไหว้
 
เกลียด.... เพราะปากคอเราะร้าย
 
เกลียดจนไม่เข้าใกล้ ไม่ลงเรียนวิชานี้ ไม่ว่าจะสนิทกับอาจารย์เราแค่ไหน ไม่ว่าอาจารย์จะยกย่องชมเชยอย่างไร เราไม่ได้หักอคตินั้นออกไปถึง 4 ปีเต็ม!!
 
................................................
 
วันนึงในอดีตที่ผ่านมา ในขณะที่เราเรียนอยู่ในห้องกับอาจารย์ที่เราสนิท และรุ่นพี่คนสนิท "เขา" เดินเข้ามาพอดี
 
 
รุ่นพี่: เห้ยๆๆ ฝน นั่นไง อาจารย์พี่ แกสอนวิชาคาราเต้
เรา: ไหนอ่ะ?
รุ่นพี่: เดินมาแล้วนั่นไง อาจารย์ครับ!!
เขา: อ้าวว่าไง สบายดีเหรอ อาจารย์XXX อยู่รึเปล่า
รุ่นพี่: ครับ อยู่ตรงนู้น.....อ้อน้อง นี่อาจารย์พี่
 
เรายกมือไหว้.... เขาเบือนหน้าหนีเดินไปอีกทางนึง
 
ได้แต่คิดในใจ..... ผู้ชายบ้า เป็นครูบาอาจารย์ไม่รับไหว้ คอยดูเถอะชาตินี้ทั้งชาติจะไม่ลงเรียนเลย ต่อให้จะขาดใจตายเพราะเกรดมันตกก็จะไม่เรียน!!!
 
Yell
 
เวลาผ่านไปจนกระทั่งเข้าเดือนกุมภาฯของอีกปี เราต้องสอบวิชาที่เรียน อาจารย์เราก็นัดมาติวก่อนทั้งเราและเพื่อนๆ จำได้ว่ามันเป็นวันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์
 
อาจารย์: เออ ห้องมันไม่ว่างแฮะ เดี๋ยวรอเพื่อนๆมาให้ครบละกันเราค่อยเข้าไปใช้ห้องหลังคลาสเรียนเพื่อนผม เดี๋ยวคุณมานั่งรอตรงนี้ก็ได้ ผมก็รอพร้อมๆกันนี่ล่ะเนอะ
เรา: พี่.... (เราเรียกอาจารย์ว่าพี่น่ะค่ะ เพราะสนิทกันมาก) พอดีทำขนมมาค่ะ ทานกันเนอะ
อาจารย์: เหรอ เออเอาสิ เดี๋ยวมากันครบๆจ้วงกันยกคลาสเลย 5555
 
พอดีกับจังหวะที่เพื่อนเขาเดินมาพอดี
 
อาจารย์: เห้ยป๊อป.....กินขนมกัน ลูกศิษย์ทำมา
เรา: อาจารย์ป๊อปสวัสดี---
 
อีกแล้ว!!!! อยากจะตะโกนว่า ชั้นไหว้แกอยู่แกเห็นมั้ยยะ ผู้ชายบ้าาาาาาาาาาาา!!
เหลืออดจริงๆ รับไหว้ก็ไม่รับ หล่อตายแหละ อี๋ เกลียดจริงๆ เกลียดจังๆ
 
เขา: XXX พูดไรด้วยหน่อยสิ.... ขนมไม่เป็นไรนะ ผมท้องไส้ไม่ค่อยดี
 
ใครให้แกกินวะ โกรธมากกกกกกกกกกกก โกรธสุดใจ
โกรธจนต้องไประบายกับอาจารย์ว่า เพื่อนอาจารย์เนี่ยนอกจากจะขี้เก๊กแล้วยังปากมอมอีกด้วยเนอะ ปากสุดๆเลยเป็นเพื่อนกันได้ยังไง อาจารย์ก็ออกจะสุภาพ ฯลฯ เลยได้ปลอบใจกันหลายตลบว่า อย่าไปอคติกับเพื่อนผมเลย เค้าเป็นคนดีนะ เค้าคงเข้าหน้ากับคนรู้จักไม่ถูก
 
นี่แหละ จุดเริ่มต้นที่.... เวรกรรมบรรลัย!!
 
Tongue outTongue outTongue out
 
หลังจากนั้น เราก็ได้ยินชื่อเขาบ่อยขึ้น เห็นไปคอมเม้นใน Facebook ของอาจารย์ เราก็ยังยี้คนๆนี้อยู่ ยี้ชนิดที่ว่าอย่าให้เจออีกจะสอนมารยาทกันให้เข็ดหลาบกันไปข้าง
 
จนหลายปีผ่านไป เรานั่งรถมอเตอร์ไซค์เข้าบ้าน สวนกันตรงกลางๆซอย เขาเดินมากับผู้หญิงคนนึงตัวเตี้ยกว่าเราเยอะเลย เดาว่าน่าจะเป็นแฟนกัน เรามองหน้าเขา.....ในนึงอยากจะทัก แต่ปากก็ปิดสนิทเพราะ....
 
เกลียด!
 
เลย Line ไปถามอาจารย์ ว่าเพื่อนอาจารย์คนนี้อยู่ซอยเดียวกันเรารึเปล่า สรุปคือใช่....อยู่ซอยเดียวกัน วันนี้พาแฟนมาเที่ยวบ้าน บลาๆ..
 
เหรอ ไม่สนค่ะ ที่ถามจะได้เลี่ยงๆ!
 
................................................
 
ย้อนกลับมาวันที่เราบอกว่าไปรับน้องที่มหาวิทยาลัยเพราะจะไปฟังสัมนาที่ มธ.
 
ช่วงนั้นอกหัก ทำใจไม่ได้มาปีกว่า เข้าวัดเข้าวา กลับไปเยี่ยมย่า ไปเที่ยวนู่นนี่ ทุกอย่าง Pause ไว้แม้แต่เรื่องงาน มุ่งเรียนทางด้านเสื้อผ้า และเป็นช่วงที่เรากำลังเรียนแพทเทิร์นอยู่กับหม่ามี้แต๋มนั่นแหละค่ะ
 
เราบอกน้องว่า พี่รอแกที่นอกมหาลัยนะ น้องมันก็งอแง ไม่เอาไม่ยอม พี่ต้องมารับหนูหน้าอาคารสิ เรายังเกาหัวว่าวันนี้มันเป็นบ้าอะไรง้องแง้งจัง ต้องนั่งรถย้อนไปๆมาๆ เลยเดินไปรอหน้าอาคาร อ้อ.....ลืมบอกไปว่าน้องคนนี้เคยเรียนกับอาจารย์ที่เราสนิทด้วยเหมือนกันค่ะ
 
แล้วเขาก็เดินสวนออกมา
 
เขา: เห้ยนี่คุณเป็นผู้ปกครองนางสาว YYY ใช่มั้ย
เรา: (ไม่ทันตั้งตัว) ใช่ค่ะ อาจารย์มีปัญหาอะไรเหรอคะ
เขา: มันโดดเรียนวิชาผมน่ะ เพื่อนผมมันก็ฝากว่าให้เมตตามันหน่อย ผมจะฝังมันแล้วเนี่ย
เรา: อาจารย์คงไม่มีเมตตาพอหรอกค่ะ เลยทำตามที่อาจารย์ XXX ฝากไว้ไม่ได้
เขา: ผมก็หนักใจนะ
เรา: หนักใจอะไรคะ มันไม่ใช่ชีวิตอาจารย์นี่ เด็กมันจะจบหรือไม่จบอาจารย์สอนเสร็จก็กลับ ไม่ได้มาทุกข์ด้วยซะหน่อย
 
ในมือเราเนี่ย กดไลน์หาอาจารย์ XXX นิ้วระวิงเลยค่ะว่ากำลังงานงอกแล้วนะ
 
เขา: แล้วนี่จะไปไหน ไปกินเหล้ากันล่ะสิ ไอ้ XXX บอกมาว่าพวกคุณคอทองแดง
เรา: แล้วอาจารย์จะธุระอะไรเหรอคะ? (ยิ้มกวนประสาท)
เขา: เปล่า.... กินก็กินไปสิ นึกว่าคนมันเข้าวัดเข้าวาแล้วจะทำศีลให้บริสุทธิ์ ที่ไหนได้... แต่ก็เอาเถอะ ทองมันอยู่ที่ไหนก็ทองวันยังค่ำ ผ้าขี้ริ้วห่อก็ยังเป็นทอง.....ทองเนื้อเก้า!!
 
แล้วเขาก็สตาร์ทรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยเราให้ยืนแค้นอยู่
 
ผู้ชายคนนี้ทำไมปากคอแบบนี้นะ ที่เกลียดอยู่ก็ยิ่งเกลียด เกลียดจนแทบอยากไปตบหน้าให้มันรู้แล้วรู้รอดว่ามันมีปัญหาอะไรนักหรือไงกับฉันนี่ คุณแสดงกิริยาไม่กินเส้นกันตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว แล้วนี่ยังไม่จบอีก หาเรื่อง!!
 
พอดีกับน้องเดินออกมา เราเลยเทศนาซะยับ ค่าที่ปล่อยให้พี่มันยืนรอนานแล้วต้องมาฟาดปากปะทะคารมณ์กับอาจารย์ของเธออีกต่างหาก
 
"พี่....แล้วอาจารย์แกยิ้มมั้ย"
 
น้องถามแบบนี้ เราออกจะงงๆ ยิ้มสิ....ยิ้มเยาะไง กวนประสาทที่สุด!
 
"อาจารย์อกหักมาน่ะ แผลยังเหวอะเลยแต่ก็ผ่านไปหลายเดือนแล้ว หนูเคยคุยกะแกด้วยแหละ สงสารแกเถอะ พี่อย่าไปอะไรกับแกเลย ถือว่าให้แกได้แซวจะได้อารมณ์ดีขึ้นหน่อย นี่หนูไม่ค่อยเห็นแกร่าเริงเลยแฮะ เห็นแค่สองสามอาทิตย์แรกแล้วก็ขรึมๆมาตลอดเทอมจนวันนี้แหละ นี่เดือนหน้าก็สอบแล้ว.... สงสารแกจัง"
 
แทบจะสวนไปว่า แล้วยังไง มาลงกะฉันเหรอวะ มันใช่เหรอ แม่มเกลียดแล้วยิ่งเกลียดหนัก
แต่อีกใจนึง....ไม่รู้ไปเอาเมตตาธรรมมาจากไหน หันมามองดูตัวเองช่วงแรกๆ คงไม่ต่างกันนัก ถึงแม้ว่าตอนนี้เราเองยังไม่ 100% แต่ก็เหลืออีกนิดเดียว
 
"เออ แล้วยังไงวะ ปากหมาแบบนี้ดิแฟนเลยทิ้ง สม!"
 
หลังจากนั้นคือเราพาน้องไปซื้อของ แล้วก็นั่งรถไป มธ.รังสิต เพื่อไปฟังเสวนาในร้านเหล้า จริงๆค่ะ คืองานจัดตอนเย็นหลังจากที่บรรดาอาจารย์และนักศึกาษาเลิกเรียนเลิกงาน แล้วถ้าขอสถานที่ก็วุ่นวาย จัดในร้านเหล้าฮ็อตฮิตนี่แหละ คืนนั้นเราได้เจอน้องสาวอีกคนนึงซึ่งเป็นรุ่นน้องเพื่อน เจอกันอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าในอีกไม่นานเราจะได้มาสานฝันร่วมกัน เจอเพื่อนๆของน้อง ฟังเสวนาเสร็จก็ไปนั่งคุยกันต่อที่ร้านส้มตำ
 
ในช่วงหนึ่งของงานเสวนา น้องเราอยากกินเหล้าปั่น เราไม่ค่อยอยากนักหรอกแต่ก็ตามใจ ให้สั่งมา เขาก็มาเสิร์ฟซะโหลเบ้อเริ่ม ไอ้ตัวดีทำสายตาเว้าวอนว่า.....พี่ช่วยหน่อยเหอะ หมดนี่คนเดียวคงอ้วกแน่ๆ เราก็เอาวะกินก็ได้..... น่ารักเนอะ ตามใจน้องทุกอย่าง (ตอนนี้อยากจะบอกมันว่า ไม่ต้องไปสรรหานะ...กรูไม่ชอบเหล้าปั่น)
 
แล้วนึกอะไรไม่รู้ กดมือถือเล่น Facebook แล้วหาโปรไฟล์ของอีตาอาจารย์ปากมอมจนเจอ เสือกมือถือเข้าไปตรงหน้าน้อง
 
"นี่อาจารย์เอ็งใช่มั้ย"
 
"อือ...."
 
"หมั่นไส้ว่ะ ไหนๆดูซิ พ่อเทพบุตรดี๊ดี ศีลธรรมซู้งสูง แอดซะเลย!"
 
เรากด add friend ไป เขารับแทบจะทันที พระเจ้า!! งานการไม่ทำหรือยังไง????
แล้วก็มีการทัก inbox เข้ามา.....เราไม่ตอบ แต่.....
 
"นั่นพี่จะทำอะไรวะคะ"
 
"เฉยเหอะ จะถ่ายรูปร้านเหล้าโพสต์"
 
"โธ่....พี่จะบ้า ผับเผิบพี่ก็ไม่เข้า เธค บาร์ ก็ไม่เอา ร้านเหล้าเข้าครั้งแรก จะกินทีก็กรึ๊บแล้วนอนเลย ทำยังกะเข้าเป็นปกติแล้วจะโพสต์ทำไมว้าาาา"
 
"แท็คเอ็งด้วยเอามั้ย?" เราว่า
 
"เอา... เอาที่สะดวกใจคุณพี่เลยเจ้าค่ะ คุณน้องเช็คอินแม่มทุกครั้งแหละปกติของน้องแล้ว แต่พี่แหละไม่ปกติ" มันว่า แถมหัวเราะร่วน
 
หึ....แกล้งคน อยากรู้จังว่าพ่อคนดีเห็นรูปนี้แล้วยังไงล่ะคะ สั่นเป็นเจ้าเข้า?
เราเลยถ่ายรูปร้านเหล้า แล้วเขียนแคปชั่นไว้ด้วย....
 
 
พระไตรปิฎกในมือกูมันสั่นไปหมด!!
 

edit @ 12 May 2015 19:43:28 by ยัยป๋น

Comment

Comment:

Tweet