เมื่อเช้านึกขึ้นได้ว่า เอ้ย....urban decay มันก็มีของปลอมนี่นา!! เรื่องของเรื่องคือมันมีอยู่วันนึงเราได้เคยไปเดินตลาดนัดแถวๆย่านลาดกระบังค่ะ แล้วเห็นกระบะขายของที่มีแต่เครื่องสำอางแบรนด์ดัง ด้วยความอยากรู้ว่าสาวๆมุงอะไรกันเลยเดินเข้าไปแทรกๆดู เราเห็น Naked1 หลายสิบกล่องกองๆอยู่ในกระบะเลยหยิบขึ้นมาอันนึง จริงๆพอจับดูบรรจุภัณฑ์ก็รู้แล้วว่าปลอม เพราะเราเองก็คลุกวงในอยู่กับไอ้เรื่องของแท้ของปลอมมาเยอะเหมือนกันนะตั้งแต่เครื่องสำอางค์ยันเสื้อผ้า คิดไปคิดมาก็ย้อนไปตอนที่เคยทำงานอยู่ที่เก่าแล้วเย็นวันว่างๆชวนเพื่อนไปเดินเมกาบางนา ตามนิสัยคือไปเดินดูเมคอัพน่ะแหละ เราลากเพื่อนไปตรงบู้ทดิออร์แล้วขลุกอยู่นานสองนาน เพื่อนให้แนะนำสีอายแชโดว์ที่มันใช้เป็น daily look ได้ อีนี่ก็จิ้มๆป้ายๆแล้วให้มันถ่ายรูปไว้ อ่ะ...ประมาณนี้นะแก แกไม่จำเป็นต้องซื้อดิออร์ก็ได้ แบรนด์อื่นที่สีโอเคก็มี บลาๆๆๆ
 
ปรากฎว่าอาทิตย์ต่อมาเพื่อนไปตบดิออร์มา Sealed เราก็เหรอๆๆ แกไม่สอยมาแล้วเหรอ ยังไม่สิ้นเดือนเลยนะ (เวรกรรมชีวิตมนุษย์เงินเดือน 555555555+) เลยขอชมซักหน่อย จับตลับปุ๊บ.....เห้ย ทำไมไม่คุ้นเลยวะ!? เราเลยส่องๆคำว่า Dior บนตลับ .....เห้ย ตัวหนังสือมันห่างกันไปป่ะวะ!?! แล้วทำไมมันพิมพ์ฐานตัวหนังสือมันไม่ตรงกันเลยอ่ะเธ้ออออ!! เลยขอเพื่อนดูกล่องที่เค้าใส่มาให้ ชีบอกว่าไม่มีเพราะไปซื้อร้านหิ้ว
 
เจ๊ดดดด!! บ๊ะแล่ววว บ๊ะแล่วววว 0_0"
 
ละ....ละ....แล้วทำไมกลิ่นมันแปลกๆอ่ะตัวเองงงงง ตัวเองซื้อมาเท่าไหร่?
 
"1800"
.
.
.
.
(คืออินี่ตายไปแล้วไง เห้ยมรึงพูดจริงป่ะเพื่อนขาาา ราคามันแพงไปสำหรับของปลอมนะคะ)
 
แกๆ แกจะโกรธเค้ามั้ยอ่ะถ้าเค้าบอกว่ามันปลอม ชั้นเห็นในตลาดแบบนี้ก็ไม่แล้วไม่เกิน 300 ด้วยอ้ะ!
 
สุดท้ายเพื่อนเอ๋อไป 18 วินาทีแล้วบอกว่า.... .."ช่างมันเถอะ"
.
.
.
.
โอเค ช่างมันก็ได้จ้ะ Foot in mouth
 
 
 
เอ้า มาว่าของเรากันต่อค่ะ
 
จะดูยังไงของแท้หรือของปลอม เรามีจุดสังเกตหลายจุดที่อยากจะให้มองกันโดยละเอียดรอบคอบ เพราะเครื่องสำอางปลอมมักจะละเลยตรงจุดนี้ ยกเว้นแต่พวกก๊อบ mirror เกรดราชนิกูลเสินเจิ้น อันนี้แนะนำนะว่าถ้าไม่แน่ใจกระซิบถามคนขายเลย เพ่ๆ...เกรดไรอ่ะ mirror ป่าว แล้วก็ทำเป็นสนใจซื้อนะ แต่ต้องดูด้วยว่าร้านฉุกละหุกอีเมอร์เจนซี่คนเต็มรึเปล่า จากนั้นก็พยายามเฟดตัวเองออกมาเงียบๆ ห้าม!ดูดชาไข่มุกเป็นเสียงคล่อกๆๆๆ เด็ดขาด เอาให้เงียบที่สุดเลยนะเข้าใจป่าว แล้วรีบเผ่นเลยนะ โอเคนะ?
 
 
1. กล่องกระดาษใส่อายแชโดว์
 
 
ลักษณะจะเป็นกล่องสีด้านที่เมื่อโดนเล็บขูดหรือมือมันๆไปโดนก็เป็นรอยแล้ว (เซ็ง!) แล้วคำว่า Urban Decay หรือ Smoked ที่อยู่หน้ากล่องกับพวกรูปตัวอย่างผลิตภัณท์ภายในกล่องจะแววๆสะท้อนแสงค่ะ ถามว่าทำไมเราไม่เอาของปลอมมาเทียบเลย......เธอจ๋า ฉันไม่อยากเสียตังค์ซื้อนะ โอเคนะ แล้วอีกอย่างเดี๋ยวนี้ของปลอมสิบแหล่งมันปลอมไม่เหมือนกันซักแหล่ง อันนี้พูดจริงๆ เอาเป็นว่าเรายึดจุดสังเกตจากของแท้ดีกว่าค่ะ จำไว้ว่ายิ่งปลอมเหมือนราคายิ่งสูงค่ะ เพราะรายละเอียดการผลิตยิ่งมาก เครื่องจักรที่ใช้ก็ละเอียดตามและราคาสูงด้วย.....มันแพงตรงนี้!
 
 
2. Tag ที่ติดกับซิป
 
 
เป็นกระดาษเนื้อเดียวกับกล่องเลยค่ะ ด้านทั้งแผ่น ตัวอักษรสีขาวอะไรๆก็ด้านหมด
 
 
3. เชือกผูก Tag
 
 
ยางยืดเลยค่ะ ยืดได้หดได้.....เห็นมั้ยว่ามีอาการเกร็งเอ็นพยายามยืดให้ดู ^_^
 
 
4. หัวซิป
 
 
นำเข้าจากห้างไทยไดมารู ....อ่ะล้อเล่นนนน หัวซิปทั้งสองด้านจะเป็นตัวอักษร ub ภาษาอังกฤษพิมพ์เล็กฟร้อนท์หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ (?) เอ่อออ ตามรูปเลยค่ะ แล้วลักษณะจะเป็นลายนูนต่ำที่โดนกดลงไป ไม่เสมอกับผิวหน้าของหัวซิปบริเวณอื่น
 
 
5. บานพับกล่อง
 
 
มีรอยเย็บแบบนี้นะจ๊ะ นะจ๊ะ....ไม่ได้ไสกาวเพียงอย่างเดียวนะจ๊ะ
 
 
6. พื้นผิวบรรจุภัณฑ์
 
 
จากการลูบด้วยความโรคจิต จะได้สัมผัสที่เอิ่มมมม....เสียงมันกื้ดๆเวลาลงเล็บเหมือนผ้าร่มเลยค่ะ 555555+ ลักษณะผิวหน้าจะสะท้อนแสงนิดหน่อยออกแนวเหลือบๆ คล้ายๆกับว่ามันเป็นยางๆผสมอยู่นิดๆ.....ว้อยยย อธิบายไม่ถูก! มีกลิตเตอร์ด้วยอ่ะตัวเองงง >_< และเช่นกันกับหัวซิปค่ะ ตัวอักษรจะจมต่ำกว่าผิวหน้า (ไปหามาลูบเองแล้วจะเข้าใจนะเคอะ)
 
 
7. ลายภายในกล่อง
 
 
มันเป็นกระดาษนะ กระดาษแบบเดียวกับที่บุข้างใน Naked1 เลยค่ะ แต่จะมีลาย แล้วลายพิมพ์จะดุนสูงขึ้นนิดหน่อย จากรูปคือเห็นเลยว่ามันถูกดุนขึ้นมาสังเกตได้จากเงาตรงขอบๆรอยค่ะ

Comment

Comment:

Tweet